มารยาทบนโต๊ะอาหาร มีอะไรบ้าง? Table Manner สากลที่คนทำงานควรรู้
มารยาทบนโต๊ะอาหาร (Table Manner) คือการปฏิบัติตัวสากลระหว่างรับประทานมื้ออาหาร ซึ่งไม่ได้มีแค่การใช้ช้อนส้อมให้ถูกต้อง แต่ยังรวมถึงการวางตัว ไปจนถึงการสนทนาและการใช้ภาษากายสร้างความมั่นใจ เพื่อแสดงความให้เกียรติผู้ร่วมโต๊ะ โดยเฉพาะเมื่อต้องรับประทานอาหารกับลูกค้าหรือคู่ค้าต่างชาติ
การเรียนรู้และฝึกฝน Table Manners จึงไม่ใช่มารยาททั่วไป แต่ช่วยเสริมความมั่นใจ สะท้อนบุคลิกภาพและความเป็นมืออาชีพ พร้อมทำให้วางตัวได้อย่างเหมาะสมในสถานการณ์ทางสังคมและการพูดคุยเชิงธุรกิจ
.jpg)
มารยาทบนโต๊ะอาหาร สำคัญอย่างไรกับภาพลักษณ์มืออาชีพ
มื้ออาหารทางธุรกิจเป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์และสะท้อนภาพลักษณ์ ทั้งบุคลิก การสื่อสาร และมารยาท เพราะพฤติกรรมบนโต๊ะอาหารเป็นหนึ่งในสิ่งที่ถูกใช้ประเมินความเป็นมืออาชีพในวัฒนธรรมตะวันตกมาอย่างยาวนาน
การมีทักษะการเข้าสังคม และ Business Manners จึงช่วยให้วางตัวได้อย่างมั่นใจ ดูเป็นมืออาชีพ และสร้างบรรยากาศที่ดี โดยเฉพาะในงานเลี้ยงรับรองหรือการพบปะคู่ค้าทางธุรกิจ
มารยาทบนโต๊ะอาหารก่อนเริ่มมื้ออาหาร มีอะไรบ้าง
ก่อนเริ่มมื้ออาหาร มีเรื่องพื้นฐานง่าย ๆ ที่ควรใส่ใจ 2 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ การเข้านั่งและการใช้ผ้าเช็ดปาก (Napkin) รายละเอียดเล็ก ๆ แม้จะดูเรียบง่าย แต่ช่วยให้เราพร้อมรับประทานอาหารและวางตัวได้อย่างเหมาะสมต่อหน้าอีกฝ่าย
การเข้านั่งและการวางกระเป๋า
เมื่อมาถึงโต๊ะ ควรรอ Host หรือผู้จัดที่นั่งเชิญก่อน แล้วจึงนั่งอย่างเรียบร้อย ส่วนกระเป๋าควรเก็บไว้ในตำแหน่งที่ไม่กีดขวางผู้อื่นหรือทางเดิน และไม่ควรวางสิ่งของส่วนตัวหรือโทรศัพท์บนโต๊ะอาหาร
การใช้ผ้าเช็ดปาก (Napkin)
หลังนั่งลง ให้คลี่ผ้าเช็ดปากวางบนตัก โดยพับครึ่งหันรอยพับเข้าหาตัว ใช้ซับริมฝีปากเบา ๆ เมื่อต้องการ หากต้องลุกจากโต๊ะชั่วคราว ควรพับผ้าอย่างหลวม ๆ และวางไว้ทางซ้ายของจาน บนเก้าอี้ หรือที่พักแขน เมื่อรับประทานเสร็จจึงวางไว้บนโต๊ะ
.jpg)
การใช้อุปกรณ์บนโต๊ะอาหารให้ถูกต้อง ต้องทำอย่างไร
โต๊ะอาหารแบบ Formal Dining อาจมีช้อน ส้อม มีด และแก้วหลายชิ้นวางเรียงกันตามธรรมเนียมตะวันตก หลักสำคัญคือให้สังเกตตำแหน่งและใช้ตามลำดับของอาหาร เพื่อลดความสับสนและวางตัวได้อย่างมั่นใจมากขึ้นขณะรับประทานอาหาร
ลำดับการใช้ช้อน ส้อม และมีด
หลักจำง่าย ๆ คือ “ใช้จากนอกเข้าใน” (Outside-In) โดยเริ่มจากอุปกรณ์ที่อยู่ด้านนอกและค่อยขยับเข้าหาจานตามลำดับอาหาร โดยทั่วไปมีดและช้อนจะถือด้วยมือขวา ส่วนส้อมอยู่มือซ้าย และไม่ใช้มีดส่งอาหารเข้าปาก ทั้งนี้ควรปรับตามประเภทอาหารและรูปแบบการจัดโต๊ะ
การวางช้อนส้อมเมื่อพักมื้อและรับประทานเสร็จ
หากพักรับประทานชั่วคราว ควรวางช้อนส้อมไว้บนจาน ไม่วางกลับบนโต๊ะ เมื่อรับประทานเสร็จแล้ว ให้วางช้อนส้อมรวมกันบนจานอย่างเรียบร้อย เพื่อให้พนักงานรู้ว่าสามารถเก็บจานได้ ซึ่งรูปแบบการวางอาจแตกต่างกันตามธรรมเนียมของแต่ละที่
การใช้แก้วน้ำและแก้วไวน์
โดยทั่วไปแก้วน้ำและแก้วไวน์จะอยู่บริเวณด้านขวาบนของจาน แก้วไวน์ควรจับที่ก้านแก้ว เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนจากมือที่สัมผัสตัวแก้วโดยตรง โดยแก้วไวน์แดงจะอ้วนและใหญ่กว่าแก้วไวน์ขาวที่ผอมเพรียวกว่า และไม่ควรเติมเครื่องดื่มเอง
ข้อควรทำและไม่ควรทำระหว่างรับประทานอาหาร มีอะไรบ้าง
มารยาทที่ดีบนโต๊ะอาหารควรคำนึงถึง 3 เรื่องหลัก ๆ ได้แก่ พฤติกรรมการรับประทานอาหาร การสื่อสาร และการให้เกียรติผู้ร่วมโต๊ะ ผ่านการรับประทานอย่างสุภาพ มีส่วนร่วมกับบทสนทนา และให้ความสนใจกับผู้ร่วมโต๊ะ ซึ่งเป็นหลักการที่ใช้ได้จริงในงานเลี้ยงทั่วไปและงานเลี้ยงทางธุรกิจ
สิ่งที่ควรทำ
- - เคี้ยวอาหารโดยปิดปากและกลืนก่อนพูด
- - ใช้ช้อนส้อมอย่างสุภาพและไม่ส่งเสียงดัง
- - รอจังหวะที่เหมาะสมก่อนเริ่มรับประทาน
- - ตั้งใจฟังและมีส่วนร่วมกับบทสนทนา
- - เก็บโทรศัพท์และให้ความสนใจกับผู้ร่วมโต๊ะ
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- - พูดขณะมีอาหารอยู่ในปาก
- - เอื้อมมือข้ามจานของผู้อื่น
- - เคี้ยวหรือดื่มเสียงดัง
- - ใช้โทรศัพท์จนละเลยผู้ร่วมโต๊ะ
- - เปิดประเด็นอ่อนไหวโดยไม่คำนึงถึงบริบทและผู้ร่วมโต๊ะ
.jpg)
มารยาทบนโต๊ะอาหารในการเลี้ยงรับรองธุรกิจ ควรปฏิบัติอย่างไร
เมื่อมื้ออาหารเกี่ยวข้องกับธุรกิจ นอกจาก Table Manners พื้นฐานแล้ว ควรคำนึงถึงวัฒนธรรมของคู่ค้าด้วย เพราะธรรมเนียมการรับประทานอาหาร การรับรองแขก และรูปแบบการสนทนาอาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศ การอบรมทักษะการสื่อสารและศึกษาบริบทล่วงหน้าจะช่วยให้วางตัวได้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น
ใครสั่งก่อน ใครเริ่มรับประทาน และใครจ่าย?
หากมีเจ้าภาพ (Host) ควรสังเกตว่าเจ้าภาพต้องการให้เริ่มสั่งหรือรับประทานเมื่อใด โดยทั่วไปแขกควรรอเจ้าภาพเชิญหรือเริ่มก่อน ส่วนเรื่องค่าอาหารควรตกลงหรือจัดการตามบริบทของการเชิญและวัฒนธรรม ไม่ควรแย่งจ่ายต่อหน้าคนอื่น ควรจัดการเรื่องนี้กับพนักงานล่วงหน้าอย่างเงียบ ๆ
จังหวะที่เหมาะสมในการคุยเรื่องงาน
ไม่จำเป็นต้องเปิดประเด็นธุรกิจทันทีที่นั่งโต๊ะ ควรเริ่มจากบทสนทนาทั่วไปเพื่อสร้างบรรยากาศและความคุ้นเคยก่อน จากนั้นจึงเข้าสู่เรื่องงานเมื่อจังหวะเหมาะสม หากเป็นการเลี้ยงรับรองที่มีเจ้าภาพ ควรสังเกตและให้เจ้าภาพเป็นผู้กำหนดจังหวะของการสนทนา
สรุป
มารยาทบนโต๊ะอาหารที่ดีไม่ใช่การจำกฎจำนวนมาก แต่คือการรู้จักสังเกต ให้เกียรติผู้ร่วมโต๊ะ และปรับตัวตามสถานการณ์ เพื่อให้วางตัวได้อย่างเหมาะสมและมั่นใจ สำหรับคนทำงานที่ต้องพบลูกค้าหรือเข้าสังคมเป็นประจำ การฝึกทักษะการเข้าสังคมควบคู่ไปกับมารยาทบนโต๊ะอาหาร ช่วยให้การวางตัวในสถานการณ์จริงเป็นธรรมชาติมากขึ้น
สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาบุคลิกภาพอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวางตัวไปจนถึง Personal Stylist และการแต่งกายให้เหมาะกับโอกาส Thailand Image Academy มีแนวทางการพัฒนาบุคลิกภาพและภาพลักษณ์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งในการทำงานและการเข้าสังคม สนใจปรึกษาหลักสูตรหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับทีมงาน Thailand Image Academy ได้เลยวันนี้
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับมารยาทบนโต๊ะอาหาร (FAQ)
มารยาทบนโต๊ะอาหารพื้นฐาน มีอะไรบ้าง?
หลักพื้นฐานที่ควรรู้ ได้แก่ นั่งให้เรียบร้อย วางผ้าเช็ดปากบนตัก ใช้ช้อนส้อมตามลำดับ เคี้ยวโดยปิดปาก และไม่พูดขณะมีอาหารอยู่ในปาก รับฟังสิ่งที่ผู้ร่วมโต๊ะพูด และให้ความสนใจกับผู้ร่วมโต๊ะตลอดมื้ออาหาร
วางช้อนส้อมแบบไหน หมายถึงทานเสร็จแล้ว?
เมื่อรับประทานเสร็จ ให้วางช้อนส้อมรวมกันบนจานอย่างเรียบร้อย เพื่อสื่อให้พนักงานรับทราบว่าสามารถเก็บจานได้ อย่างไรก็ตาม รูปแบบการวางอาจแตกต่างกันตามธรรมเนียมของร้านหรือสถานที่ ควรสังเกตบริบทรอบตัวประกอบด้วย
ผ้าเช็ดปากควรวางไว้ที่ไหนเมื่อต้องลุกจากโต๊ะ?
หากต้องลุกจากโต๊ะชั่วคราวระหว่างมื้ออาหาร ควรพับผ้าหลวม ๆ และวางไว้ทางซ้ายของจาน เพื่อบอกเป็นนัยว่าจะกลับมารับประทานต่อ ส่วนเมื่อรับประทานเสร็จแล้วสามารถวางไว้บนโต๊ะตามธรรมเนียมของสถานที่นั้น ๆ
ในการเลี้ยงรับรองธุรกิจ ควรเริ่มคุยเรื่องงานตอนไหน?
ควรเริ่มจากการพูดคุยทั่วไปเพื่อสร้างบรรยากาศก่อน แล้วจึงเข้าสู่เรื่องธุรกิจเมื่อจังหวะเหมาะสม หากมี Host ควรสังเกตและปล่อยให้เจ้าภาพเป็นผู้กำหนดจังหวะการสนทนาเอง แทนการเริ่มบทสนทนาเอง
มารยาทบนโต๊ะอาหารแบบไทยกับสากล ต่างกันไหม?
ต่างกันในรายละเอียด เพราะแต่ละวัฒนธรรมมีธรรมเนียมการรับประทานอาหารและการรับรองแขกที่ไม่เหมือนกัน เช่น จังหวะการเริ่มรับประทานและความเป็นทางการของบทสนทนา ดังนั้นเมื่อต้องทำธุรกิจระหว่างประเทศ ควรศึกษาวัฒนธรรมของคู่ค้าและปรับตัวให้เหมาะสมกับบริบทนั้น ๆ
